วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552

วัดเจดีย์ซาว



นครลำปาง เมืองรถม้าแห่งล้านนานอกจากมีองค์พระธาตุลำปางหลวงที่ศักดิ์สิทธิ์และ ธรรมชาติที่สวยงามแล้วก็ยังมีองค์มหาเจดีย์ซาวหลัง ที่มีประวัติความเป็นมาคู่เมืองลำปางมาตั้งแต่อดีต ที่มีทั้งความเก่าแก่และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง นอกจากนั้นยังมีอริยะสงฆ์แห่งล้านนา ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวลำปางและคนทั่วไปก็คือ หลวงพ่อเกษม เขมโก ถึงแม้ท่านจะมรณภาพไปแล้วตั้งแต่ปี 2537 แต่สังขารของหลวงพ่อกลับไม่ผุพังลงไปตามกาลเวลาแต่กลับยังคงอยู่ คู่ กับสุสานไตรลักษณ์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการทำความดีและเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจให้กับคนที่ เข้ากราบนมัสการองค์หลวงพ่อ 

          วัดเจดีย์ซาวหลัง พระอารามหลวง เป็นวัดสำคัญและเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง เจดีย์ซาวหลัง ซาว  แปลว่า ยี่สิบ หลังแปลว่าองค์   วัดเจดีย์ซาวหลัง แปลว่า วัดที่มีเจดีย์ 20 องค์ครับ  เป็นวัดขนาดใหญ่อยู่ในทุ่งนาห่างจากบ้านเรือนอาศัย บริเวณวัดจึงร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ และมีความสงบเงียบเป็นอย่างมาก วัดพระเจดีย์ซาวเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของจังหวัดลำปางที่สร้างมาตั้งแต่ โบราณ มีคุณค่าทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุ  ภายในวัดมีการขุดพบพระเครื่องพระพุทธรูปสมัยหริภุญชัยจึงสันนิษฐานได้ว่าวัด นี้สร้างมานานกว่าพันปี เลยทีเดียวครับ

ภายในวัดมีศาสน สถานที่สำคัญก็คือ องค์พระธาตุเจดีย์ซาว ที่มีศิลปะล้านนา ผสมศิลปะพม่า  เป็นการผสมผสานศิลปกรรมได้อย่างลงตัวสวยงาม องค์เจดีย์เดิมมี 20 องค์ มีประวัติ ก็คือ เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพานประมาณ 500 ปี  ได้มีพระอรหันต์ สองพระองค์จารีกจากประเทศอินเดียมาพำนักอยู่ที่นี่เพื่อสอนในธรรมและมีพระยา ผู้ครองนครองค์หนึ่ง ชื่อพระยามิลินทร์ เกิดความเลื่อมใสจึงได้ขอพระเกศาธาตุ (เส้นผม) จากพระอรหันต์ ทั้งสองพระองค์ องค์ละ 10 เส้น  และก่อเจดีย์บรรจุพระเกศาธาตุไว้ทั้งหมดองค์ละเส้น และเรียกว่าพระเจดีย์ซาวนับแต่นั้นมา (ซาวก็คือจำนวนนับเป็น 20 ) ต่อมามีชายอนาถาสองคน พี่น้องขุดบ่อน้ำถวายพระอรหันต์คนละบ่อเรียกว่าบ่อน้ำสองพี่น้อง (ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวัด) วัดนี้ได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ 2461  และจัดให้มีงานประจำปีเพื่อบูชาองค์พระเจดีย์ โดยงานจะจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 6 เหนือเดือน 7 ใต้ ของทุก ๆปี

  ข้างหมู่พระเจดีย์มีวิหารหลังเล็ก ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางสมาธิ ศิลปะเชียงแสน ชาวบ้าน เรียกว่า พระพุทธรูปทันใจ ด้านข้างเป็นพระอุโบสถหลังใหญ่ ซึ่งประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีพุทธลักษณะงดงาม  และภายในวัดมีศาลาการเปรียญซึ่งเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวสวยงามตั้งอยู่ด้าน หลังพระอุโบสถ ภายในจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงโบราณวัตถุต่าง ๆมากมาย ซึ่งส่วนมากเป็นของท้องถิ่นแท้ ๆ ที่ชาวบ้านนำมาถวาย
นอกจากมีพระพุทธรูปทันใจที่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2526 ได้มีชาวบ้านขุดพบพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์หนัก 100 บาทสองสลึง มามอบให้แก่ทางวัด ซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้ชื่อว่า  พระแสนแซ่ทองคำ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะ สมัยล้านนาราวพุทธศตวรรษที่ 21 ขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้วครึ่ง สูง 15 นิ้ว สามารถถอดเป็นชิ้นได้ ถึง 32 ชิ้น ที่พระเศียรบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเอาไว้ด้วย เป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเป็นจำนวนมาก  นอกจากนั้นยังเป็นพระพุทธรูปทองคำองค์แรกที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุแห่ง ชาติอีกด้วย ประดิษฐานอยู่ในวิหารทางด้านหลังพระอุโบสถ

          ภายในวัดมีพระอุโบสถหลังใหญ่มีความสวยงามตามแบบของศิลปกรรมแบบล้านนาไทย บานประตูทั้งสามเป็นของโบราณ เขียนลวดลายรดน้ำละเอียดสวยงาม เสาซุ้มประตูหน้าต่างประดับลวดลายกระจกสีเป็นลักษณะศิลปะสมัยใหม่  ภายในประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามอย่างยิ่ง  ด้านหน้าอุโบสถเป็นลานจอดรถและมีซุ้มนั่งพักผ่อนสำหรับคนที่ข้าไปทำบุญที่ วัดได้นั่งพักผ่อนกันอย่างสบาย ด้านข้างเป็นศาลาขนาดใหญ่เป็นสถานที่ทำบุญกับพระอาจารย์และจุดบริการดอกไม้ ธูปเทียนและวัตถุมงคลที่ทางวัดจัดสร้าง  มีคนเข้าไปเยี่ยมชมองค์เจดีย์ที่สวยงามและบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด เจดีย์ซาวหลังแห่งนี้อย่างไม่ขาดสายในทุก ๆ วัน นับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีประชาชนให้ความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมาก


ไม่มีความคิดเห็น: