วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ทำอย่างไร คนเราถึงจะเลิกเล่นเกมส์ที่มีแต่แพ้แบบนี้

ผมเป็นคนหนึ่งล่ะที่เล่นเทนนิสโดยการปักหลักอยู่ที่เส้นฐานหลังสุดของสนามเสมอ


และหวดลูกสุดแรงเกิด แต่มันกลับเป็นวิธีที่ทำให้ผมแพ้ทุกทีซิน่า

วันหนึ่งน้องชายผมจึงได้เสนอให้ผมลองยืนเล่นในตำแหน่งใกล้ตาข่ายมากขึ้น

และออกแรงท่าทางแข็งขันกว่าที่เคย.

แน่นอนล่ะ ผมปฏิเสธ เพราะว่าผมเล่นใกล้ตาข่ายไม่เก่งเลย

"โธ่ พี่ก็" น้องผมพูด "ไม่มีอะไรเสียแล้วน่า

รู้ไหม...สิ่งที่สำคัญที่สุดในเกมกีฬาก็คือเลิกเล่นเกมที่มีแต่แพ้ซะ

ถึงพี่จะไม่เก่งการตีใกล้ตาข่าย...แต่การตีไกลตาข่ายของพี่ก็แพ้ไม่เป็นท่า ทุกที

พี่จะเล่นแบบเดิมซ้ำๆ อยู่ทำไม่เล่า"



ช่างเป็นคำแนะนำที่เต็มไปด้วยเหตุผลเสียนี่กระไร

ผมจึงได้ลองเปลี่ยนวิธีการเล่นใหม่ น่าแปลกที่ฝีมือผมพัฒนาขึ้น

เกมระหว่างผมกับน้องก็ตื่นเต้นและสนุกสนานขึ้นกว่าเดิมอีกอักโข

เมื่อผมมองย้อนกลับไปในหน้าที่การงานของตัวเอง ผมเพิ่งได้คิดว่า

"การรู้จักเลิกเล่นเกมที่มีแต่แพ้" ไม่ได้ไว้ใช้แค่ในเกมกีฬาแล้วล่ะ

หากในชีวิตประจำวันก็สำคัญไม่น้อย



หลายครั้งที่คนไข้พากันมาหาผมเพราะเกิดจากปัญหาที่พวกเค้าทำตัวเองทั้งนั้น

เช่น รู้สึกหัวใจผิดปกติ จากการกินอาหารแบบใดแบบหนึ่ง

เมื่อรู้ตัวแล้วว่าการกินแบบนั้นทำให้รู้สึกไม่สบาย แต่ก็ยังคงกินต่อไป

จากการวินิจฉัยของผม ผมขอเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า "เป็นเกมที่มีแต่แพ้"

พวกเราทุกคนต่างก็กำลังเล่นเกมที่มีแต่แพ้นี้ทั้งนั้น

ไม่ว่าจะเป็นจากการกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ... การอดนอน...

การทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่พัก...หรือการออกกำลังที่ไม่เพียงพอ



....การไม่รู้จักบริหารเวลา...ก็เป็นเกมส์ชนิดหนึ่ง ที่เห็นๆ

อยู่ว่ามีแต่แพ้ เช่น การผลัดวันประกันพรุ่ง แล้วต้องมาเร่งๆ งาน

เพื่อให้ทันการประชุมที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่นาที

หรือในทางกลับกัน การทำงานมากเกินไปจนเวลาในแต่ละวันไม่เคยพอเพียง

ก็เป็นการทำงานที่ก่อให้เกิดความเครียดทั้งนั้น

น่าแปลกที่ผู้คนต่างก็แบกรับเอาพฤติกรรมแบบนี้ไว้กับตัวทั้งนั้น





ผมขอแบ่งประเภทผู้คนที่กำลังเป็นผู้แพ้เป็น : ..

- พวกสมบูรณ์แบบ (ทำงานทุกอย่างอย่างพิถีพิถัน)

- พวกบ้างาน (คือคนจำพวกอยู่เพื่องานแล้วก็มานั่งสงสัยว่าเอ..

ชีวิตส่วนตัวฉันหายไปไหนเนี่ย)

- คนที่มีบุกคลิกภาพแบบเอาหน้า (ก้าวร้าว ชอบการแข่งขัน และความรวดเร็ว)

- นักประชาสงเคราะห์ (คอยแต่ดูแล สนใจเรื่องของคนอื่น จนละเลยตัวเองไป)

-

นักบุญผู้ที่ไม่เคยปฏิเสธใครรู้จักแต่การประนีประนอมเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะปะทะกับ

ครๆ)





ทำอย่างไร คนเราถึงจะเลิกเล่นเกมส์ที่มีแต่แพ้แบบนี้



ผมมีเคล็ดลับ 5 ประการมาให้ ดังนี้





1. ตั้งข้อจำกัด...

อย่าให้การงานของคุณเข้ามาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของคุณถึงที่บ้าน

รู้จักห้ามใจตัวเอง

ขีดเส้นแบ่งเวลางานและชีวิตส่วนตัวออกจากกันอย่างชัดเจน

(หากคุณเป็นพวกบ้างาน จงปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด)



2. รู้จักการหยุดพัก...

หลายคนคิดว่าพวกเค้ายังคงสามารถผลิตงานดีๆ ออกมาได้

โดยการทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่ต้องพัก ผิดซะแล้วล่ะ!

จากการวิจัย คนเราจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากการทำงานทุก 2 ชั่วโมงและหยุดพักสัก 20 นาที

มิใช่จากการทำงานติดๆ กันหลายชั่วโมงจนร่างกายเริ่มล้า

(สังเกตจากการที่คนเราหาว, เสียสมาธิ, และเริ่มทำงานผิดๆ ถูกๆ )

แล้วกระตุ้นร่างกายขึ้นมาใหม่ด้วยกาแฟ การพักผ่อนที่ดีโดยการงีบหลับ,

ลุกขึ้นเดิน, สวดมนต์, เหม่อลอย, พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน,ฟังเพลง,

หรือทำงานที่ใช้สมาธิน้อยจะทำให้คนเรามีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น



3. รู้จักให้เวลากับตัวเอง....

การให้เวลากับตัวเองเพื่อพักผ่อน

หรือทำในสิ่งที่เราอยากจะทำไม่ใช่สิ่งที่ผิด

หรือเห็นแก่ตัว คนเรามักจะอ้างว่าไม่มีเวลา

หากนั่นก็เป็นเพราะว่าตัวเองไม่เคยให้เวลากับตัวเองต่างหาก





4. การจัดสรรเงิน...

ชีวิตที่มีหนี้สินก็ถือว่าเป็นเกมส์ที่พ่ายแพ้อย่างหนึ่ง

จงเปลี่ยนความคิดในการใช้เงินเถอะ

ถามตัวเองว่าสิ่งที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตเพียงพอหรือยัง

อนุญาตให้ฟุ่มเฟือยได้ในบางครั้ง แต่เราก็ต้องมีสติที่จะบอกตัวเองว่า

"พอแล้วล่ะ"





5. รู้จักตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง...

คนที่ทุ่มเทอุทิศให้กับงาน

จนกระทั่งนำเอาลักษณะที่ทำงานติดตัวกลับบ้านไปด้วย

ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเลย "งานคือสิ่งที่คุณทำไม่ใช่สิ่งที่คุณเป็น"

อย่าเอาลักษณะที่ทำงานมาปะปนกับตัวตนของตัวเอง

ความเครียดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

หากหลายครั้งความเครียดเหล่านั้นกลับเกิดจากตัวมนุษย์ที่ก่อขึ้นมาเอง

เราเพียงแค่หยุดพฤติกรรมที่เห็นๆ อยู่ว่าทำให้เราแย่...เราแพ้นี่ซะ

แล้วเลือกทางปฏิบัติใหม่





........ ก็มันไม่มีอะไรต้องเสียนี่........

ไม่มีความคิดเห็น: